2007/Jan/26

อา เพิ่งรู้สึกตัวว่าถูก tag มา ก็เพิ่งมาอัพเอาปานี้อะนะ ของขวัญปีใหม่เพื่อนก้อยังไม่ได้ให้ แถมยังไม่ได้เซ็นเฟรนชิพของเพื่อนๆเลย (เศร้า) และไม่ได้แจกเฟรนชิพให้เพื่อนๆอีกด้วย อาทิตย์นี้ก็เลยกะจะเคลียร์งานให้เสร็จก่อน แล้วค่อยอัพนิยายใหม่

1. ที่มาของฉายานิชชี่

ตอนแรกเราก็คิดฉายาตั้งนาน ก็ไม่รู้จะเอาอะไรดี อยู่ดีๆไอ้ฟู (Fukaze_K_Hayate) มันก็ดันเรียกเราว่า นิชชี่ เราก็ได้ฉายานี้ตั้งแต่นั้นมา (สารภาพว่าเพิ่งใช้มาไม่นานนี้เอง)

2. ตอนนี้กำลังแต่งนิยายเป็นของตัวเองอยู่

THE FAKE OF MAGIC ..... ตอนนี้แต่งได้ไปสองตอนเอง

ส่วนลิงค์ก็ http://my.dek-d.com/writer/story/view.php?id=245420ลองเข้าๆไปอ่านดูมั้งก็ได้นะ

3. การ์ตูนและนิยายที่อ่านเรื่องแรก

การ์ตูนที่อ่านเรื่องแรกก็คือ โคนัน (หนูน้อยยอดนักสืบ : ไม่รู้ประมาณนี้ปะ)

เริ่มอ่านเรื่องนี้มาตั้งแต่ ป.1 โดยเพื่อนผู้หวังดีให้โคนันเล่ม 14 มา แล้วเราก็ลองพลิกๆอ่านดู แล้วก็ตามเก็บซื้อเรื่อยมา (จนถึงปัจจุบัน)

ส่วนนิยายที่อ่านเรื่องแรกก็ แฮรรี่ พอตเตอร์ อยากจะสารภาพว่าตอนแรกก็ไม่ได้อยากอ่านหรอก แต่เนื่องจากแม่ดันมายัดเยียดให้อ่าน เลยต้องอ่าน

โดยมีข้อตกลงกันว่าให้น้องกับเราสลับกันอ่าน พอใครอ่านจบก็ต้องให้อีกคนอ่านแต่เผอิญว่ามีอยู่ตอนน้องเรามันดันหลับ เราก้อเลยเผลอใจอ่านจนจบเล่มเลยอะ

4. ที่มาเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับนิชชี่

ตอนนี้เรียนอยู่ ม 6 อยากเข้าคณะออกแบบเสื้อผ้า และวาดรูปไม่เก่งเลย (เรื่องเขียนนิยายไม่ต้องพูดถึง แต่ใจมันรักอะ ทำไงได้)

แต่เนื่องจากเราไม่ได้ไปสอบวิชาเฉพาะ ก็เลยเป็นอันว่าต้องเข้าเอกชนปาย

5. ความฝันที่มิอาจจะเป็นจิง

นิสัยของนิชชี่จะเป็นคนที่ไม่ชอบติดอยู่กับที่ อยากไปโน่นไปนี่ตลอดเวลา เลยฝันว่าซักวันอยากจะไปเที่ยวรอบโลกและอยากพูดภาษาต่างประเทศให้ได้ซัก 8 ภาษา (ทั้งๆที่เรียนสายวิทย์มาแต้ๆ) อยากเก่งเปียโนเหมือน คอนโดลิซ่า ไรซ์ และอยากจะขึ้นคาน (อันนี้เป็นจิงได้อยู่แล้วละ) เพราะหน้าตาเราไม่สวยเล๊ย

เออ แล้วอยู่มาวันหนึ่งนานมาแล้ว เราก็ได้คุยกับคนๆหนึ่งในเอม แล้วได้ข้อมูลบางอย่างมา ซึ่งเขาลองให้เราฟังเพลงหนึ่ง เพลงที่มีคนฆ่าตัวตายไปตั้ง 200 กว่าคน ..... มีตั้งแต่ประเทศฮังการี่ ประเทศอังกฤษ ล่าสุดมีเยอรมันด้วย .....

http://www.mm.aueb.gr/~antoniad/music/diamanda%20galas%20-%20gloomy%20sunday.mp3

Sunday is gloomy, my hours are slumberless
Dearest the shadows I live with are numberless
Little white flowers will never awaken you
Not where the black coach of sorrow has taken you
Angels have no thought of ever returning you
Would they be angry if I thought of joining you?
Gloomy Sunday

Gloomy is Sunday, with shadows I spend it all
My heart and I have decided to end it all
Soon therell be candles and prayers that are sad I know
Let them not weep let them know that Im glad to go
Death is no dream for in death Im caressing you
With the last breath of my soul Ill be blessing you
Gloomy Sunday

Dreaming, I was only dreaming
I wake and I find you asleep in the deep of my heart, here
Darling, I hope that my dream never haunted you
My heart is telling you how much I wanted you

Gloomy Sunday


วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า
วันอาทิตย์นี้ช่วงแสนเศร้า ฉันไม่สามารถจะล้มตัวลงนอนได้
ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความมืดที่ไม่มีวันจบสิ้น
ดอกไม้ขาวเหล่านั้นจะไม่ช่วยให้เธอฟื้นขึ้นมาได้(ขอบอกนิดหนึ่งว่าชาวตะวันตกจะไว้อาลัยด้วยดอกไม้สีขาว)
ไม่แม้กระทั่งที่ที่รถสีดำคันนั้นพาเธอไป(รถขนศพเมืองนอกเขาจะเป็นเหมือนลีมูซีนคันเล็กสีดำ)
เหล่าเทวดาทั้งหลายจะไม่มีวันคืนเธอกลับมาหาฉันได้
พวกเขาจะโกรธไหมถ้าฉันจะไปหาเธอแทน(หมายความว่า ถ้าเทวดาคืนเธอมาไม่ได้ ฉันก็จะฆ่าตัวตายไปหาเธอเอง)

วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า
วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า ฉันอยู่แต่ในความมืดมานานพอแล้ว
ฉันและหัวใจของฉันได้ตัดสินใจที่จะจบทุกอย่างแล้ว
อีกไม่นานฉันก็จะห้อมล้อมไปด้วยธูปเทียนและคำภาวนา
ฉันรู้ว่ามันเศร้า
แต่อย่าร้องไห้ไปเลย เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการทำ
ความตายสำหรับฉันไม่ใช่ความฝัน
เพราะว่าฉันจะได้สัมผัสเธออีกครั้ง
ด้วยลมหายใจสุดท้ายของฉัน ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

นั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน

ฉันตื่นขึ้นมาเห็นเธออยู่เคียงข้างในใจของฉัน
ฉันหวังว่าความฝันของฉันนั้นไม่ได้ทำให้เธอเศร้า
เพราะหัวใจของฉันกำลังบอกเธอว่า ฉันต้องการเธอมากแค่ไหน

คนที่จะถูกแท็กต่อก็ได้แก่

1. น้องคีย์ >> http://masterkey.exteen.com/คนที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้เราได้รับรู้

2. พี่กิ้งก่า >> http://eguana.exteen.com/คนที่บ้าคิงดอมฮาร์ด (และฟิคเกย์) และเป็นแรงบันดาลใจให้เราเริ่มหัดวาดรูป

3. พี่คาโอ >> http://kaokmchan.exteen.com/ขอบคุณสำหรับ C - box งามๆ

4. ไอ้ยู >> http://knotbel2l2y.exteen.com/ขอบคุณที่แกช่วยเหลือเรามาตลอด 3 ปี และ แกก็เป็นแรงบันดสลใจให้กับนิยายเราด้วยเน้อ

5. Poony >> http://miranmasisda.exteen.com/คุยกันแล้วถูกคอมากๆ แล้วก็เธอเป็นคนเอาเพลงสุดสยองมาให้เราฟังเองเลย บรื้อ ไงๆก็ลองไปอ่านนิยายของ poony ดูนะ http://my.dek-d.com/foda/story/view.php?id=41277<< ปริศนาวิทยา โรงเรียนแห่งอนาคต

บายๆเน้อ แล้วเจอกันใหม่

นิชชี่


edit @ 2007/02/15 13:00:26

2007/Jan/13

คืองี้ เราได้ยินคนขายหน้าโรงเรียนมาเล่าให้ฟัง แต่เราว่าเชื่อไม่เชื่อมันแล้วแต่วิจารณญาณอะ


ชื่อตอนแฮร์รี่เล่ม 7 คือ HARRY POTTER AND THE DEATHLY HALLOWS (แหล่งอ้างอิง จาก

http://harryfan.exteen.com/20061222/entry

ขอขอบคุณละกัน ตูทำtag ไม่เป็นเฟ้ย)


เล่ม 7มีข่าวลือว่าแฮรรี่จะตายในตอนจบเพราะ hallows อันสุดท้ายมันอยู่ตรงกลาง(เอียงซ้ายหรือขวาไม่แน่ใจ) หน้าผากของแฮรรี่อะ (ซึ่งมีรูปเป็นสายฟ้านั้นเอง) ถ้าไม่ทำลายก็ไม่สามารถฆ่าโวเดอร์มอร์ได้(แอบอ่านสปอยก่อนอะ ไม่รู้ว่าเป็นของจิงหรือไม่)


*hallows มีอยู่ 5 อัน (มั้ง ไม่แน่ใจ)


ทางสหรัฐเห็นดังนั้นก็ได้มีการขู่ฟ้องร้อง J.K.โรลลิ่ง ว่าถ้าเล่มจบแฮรรี่มีการตายแล้วละก็ จะฟ้องร้องกี่ล้านบาทก็ไม่รู้ โทษฐานที่ทำให้สุขภาพจิตของคนอ่านเสีย ก๊ากกกกกกกกกกกก อ่านแล้วขำโครตๆเลยอะ


คือเราก็ไม่เชื่อหรอกนะ เพราะว่ามันปัญญาอ่อนเกินไปอะ แต่เหตุมันก็มีมูลเพราะสหรัฐชอบฟ้องร้องเรื่องงี่เง่าอยู่แล้ว (ทนายมันถึงได้รวยไง เหอะ)


เช่นเรื่องการทำโต๊ะเล็คเชอร์ ที่ทำให้เฉพาะคนมือขวานั่ง(เห็นได้ตามที่เรียนพิเศษทั่วๆไป) มีคนหนึ่งซึ่งเขียนมือซ้ายชาวอเมริกันได้ยิ่นฟ้องร้องศาล เหตุเพราะว่าคนทำไม่ยุติธรรม ทำให้แต่เฉพาะคนเขียนมือขวาเท่านั้น ทำไมไม่ทำให้คนเขียนมือซ้ายด้วยละ พอเราได้ยินที่ครูเล่า เราก้อหัวเราะก๊ากเลย ปรกฎว่าคนอเมริกันที่เขียนมือซ้ายคนนี้เป็นฝ่ายชนะด้วยแหละ และได้เงินไปเยอะโขเหมือนกัน


* เรื่องนี้เรื่องจริง และเราก้อเป็นคนเขียนมือซ้ายด้วย ไมไม่เห็นมีการฟ้องร้องกันแบบนี้มั้งอะ แงง


และมีข่าวลืออีกว่า โวเดอร์มอร์เป็นพ่อของ ลิลลี่และป้าเพ็ตทูเนีย เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่า โวเดอร์มอร์เป็นพ่อตาของแฮรรี่(ถ้าข่าวลือเป็นจริงนะ)
* เพราะโวเดอร์มอร์และแฮรรี่มีคทาเป็นแบบเดียวกัน (และรู้สึกจะเป็นคู่เดียวในโลกเวทมนตร์ด้วยนะ)


*แล้วก้อเรื่องสื่อทางจิตด้วย (ในเล่ม 2 และ 5 นะ เท่าที่จำได้)
- เฮอร์ไมนี่กับรอนอาจแต่งงานกัน


-มัลฟอยอาจจะกลับพวกมาเป็นพวกแฮรรี่(เหอะๆ ในความคิดเรามันก็เป็นตั้งแต่แรกแล้ว เพราะมันเป็นคู่เกย์ 555+)


-ดัมเบริลดอร์อาจจะคืนชีพ (แต่แบล็คเราว่าไม่อะ)


-เนวิสต์เป็นคนฆ่าโวเดอร์มอร์ (หลังจากที่แฮรรี่เดี่ยงไปแล้ว)


-อาจมีคนเดี่ยงอีก (คนที่สำคัญอะนะ)


ฮ้า นี่เป็นข้าสันนิฐานของเรา (และที่อ่านจากสปอยมา) ไม่รู้ว่าจะเป็นความจริงหรือเปล่า แต่เราก็มาเล่าเท่าที่เรารู้ ถ้าหลังจากที่หนังสืออกแล้วบางข้อไม่เป็นความจริงต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วย


ป.ล. ใคร tag เป็นสอนตูที ทำไม่เป็นอะ แบบลิงค์ไปบล็อกอื่นอะไรประมาณนี้ อ่านวิธีแต่งงๆอยู่


แต่ก็อุตสาห์มีคนมาแทคตู ดีใจเฟ้ย เด๋วค่อย tag กลับละกัน


*แบบน้อยใจเล็กน้อย ไม่ค่อยมีใครค้อมเม้นตูเลย


edit @ 2007/01/14 16:41:47


edit @ 2007/01/14 20:36:10
edit @ 2007/01/14 20:37:16

2007/Jan/12

วันนี้เป็นวันหยุดวันแรกของนิชชี่ เพราะที่โรงเรียนเค้าพาครูไปเที่ยวจีน(เกือบ)ทั้งโรงเรียน หยุดตั้งแต่วันที 12-17 มกราคม 2549 โฮะๆ แต่แทนที่จะให้หยุดกันแบบสบายๆดันสั่งงานมาเยอะอีก (ซะงั้น) วันเด็กอะไรฟะ ทารุณเด็กชะมัดยาด

พอวันนี้เปิดเอมปุ๊ปก็ได้เจอกับคนๆหนึ่งชื่อ Fukaze_K_Hayate หรือเรียกสั้นๆว่า ฟูจิ (ไม่ใช่ไอ้หน้าหล่อในเรื่อง prince of tennis น้า)

เค้าเล่าเรื่อง Sleepless Town เรื่องราวของคนสิ้นหวัง ให้เราฟัง ซึ่งเราคิดว่ามันดีมากๆเลย อ๊ะ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าฟูจิแต่งนะ แต่คนที่แต่งคือ คนที่เขียนหนังสือชื่อ ไมรอนตากหากที่เป็นคนแต่ง 

เอาเป็นว่ามาฟังนิทานเรื่องๆนี้กันเตอะ 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายหนึ่งเป็นบุตรคนสุดท้องของครอบครัวช่างปั้น บิดาและพี่ชายของเขาล้วนเป็นช่างปั้นมีฝีมือ ย่อมประกอบหม้อไหอันงดงามได้เป็นอันมาก

ทว่าชายดังกล่าวไม่อาจทำได้อย่างบิดาและพี่ชาย ไม่ว่าพยายามกี่ครั้งกี่หนก็ตาม ฝีมือของเขาดีขึ้นอย่างเชื่องช้าที่สุด ด้วยเหตุนี้ บิดาจึงขับเขาออกจากตระกูล

ชายนั้นไปสมัครเรียนปั้นกับอาจารย์มีชื่อ ศิษย์คนแล้วคนเล่าเข้ามาในสำนักของอาจารย์ และศิษย์คนแล้วคนเล่าก็จากไป เหลือเพียงชายนั้นที่ยังคงอยู่ในสำนัก ฝีมือของเขาพัฒนาไปอย่างเชื่องช้าที่สุด ผลงานของเขาถูกอาจารย์ทุ่มทิ้งลงพื้นนับไม่ถ้วน เขากวาดเศษดินเผา เศษเครื่องเคลือบไปทิ้ง แล้วปั้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

เพื่อนของเขาพยายามช่วยเหลือเขา และอาจารย์แม้เข้มงวด ก็พยายามช่วยเหลือ ทุกคนรู้อยู่ในใจว่าชายนี้หาพรสวรรค์มิได้ และชั่วชีวิตคงไม่มีทางไปถึงที่สูงสุดดังคนอื่น แต่พวกเขาก็นิ่งเสียมิได้พูด เพราะความพยายามของชายนั้นมากเกินกว่าที่ใครจะพูดได้ ความพยายามของเขาทำให้คนสงสาร แต่ก็ทำให้คนนับถือ

วันหนึ่ง ชายดังกล่าวออกไปข้างนอกกับเพื่อน และกลับมาในยามค่ำ ร่ำสุรามาพอหน้าตึง เขาเข้ามาในโรงปั้นซึ่งเงียบร้างผู้คน ครั้นแล้วก็ให้เกิดอารมณ์ประหลาด จึงเอาดินมาปั้น ปั้นเสร็จก็วางไว้รอเผา กลับไปนอน แล้วลืมเรื่องนี้ไปสนิท

วันต่อมา ชายนั้นตื่นเสียเกือบบ่าย เขาตกใจยิ่งนัก รีบตะลีตะลานออกไปที่โรงปั้น ที่นั่น เขาพบอาจารย์และเพื่อนชุมนุมอยู่รอบโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะตัวนั้นมีงานปั้นประหลาดวางไว้

ผู้ใดปั้นของชิ้นนี้ อาจารย์ถามขึ้น ชายนั้นมีความละอาย จึงแสร้งไม่รู้ไม่ชี้ เข้าผสมปนกับเพื่อนอื่น ๆ ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่ออาจารย์ถามเป็นครั้งที่สอง และยังไม่มีใครตอบ อาจารย์จึงเรียกชื่อเขาออกมาจากคนทั้งปวง สั่งให้ก้าวออกมายืนข้างหน้า

เจ้าปั้นของชิ้นนี้ใช่หรือไม่ อาจารย์ถามเขา ทำให้เขาคอตกด้วยความอับอาย ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขากลับพบว่าอาจารย์มิได้ขุ่นเคือง ทั้งมิได้ปัดของดังกล่าวตกแตกดังคาด อาจารย์เพียงแต่เพ่งดูมัน และมีสีหน้าครุ่นคิด

ของดังกล่าวหาประโยชน์ใดมิได้ ไม่ใช่หม้อ ไห จานชาม ของดังกล่าวเป็นแต่ อันดูไม่ออกว่าเป็น ใด ม้าหรือ นกหรือ หรือว่า คน

อาจารย์สั่งเขา อย่าได้ปั้นหม้อและไหอีก ให้ปั้นของประหลาดทำนองนี้ออกมาเสีย และปั้นตามที่ใจปรารถนาจะให้เป็น ชายดังกล่าวก็ทำตาม เพื่อน ๆ ชอบดูเวลาเขาปั้นงานประหลาด เพราะเขาทำว่องไว ยามทำก็มีรอยยิ้มมิได้เคร่งเครียด คนเหล่านั้นคิดว่าแปลกนัก...แม้เดาไม่ออกว่าของที่เขาปั้นคืออะไร แต่เพราะเหตุใดไม่ทราบ กลับรู้สึกว่ารู้อยู่ในใจ ราวกับรู้สึก มิใช่รู้ได้ด้วย กำหนดแห่งตา

เขากลับเก่ง...แปลก เมื่อเขาปั้นของประหลาดเหล่านั้น เขากลับเก่งที่สุดในการเล่นสี เขากลับเก่งที่สุดในการ กำหนด ร่าง มีคนนอกมาเห็นงานของเขา แล้วชอบใจขอซื้อกลับไปประดับสถานที่ เพื่อน ๆ หัวเราะคนซื้อคนแรกนั้นว่าแปลกนัก เหตุใดไม่ซื้อหม้อไหอันใช้ประโยชน์ได้ กลับซื้อของที่ไม่มีประโยชน์

แต่น่าแปลก บางครั้ง "ประโยชน์" ของของทั้งปวงในโลกก็มิได้ กำหนดได้ด้วยตา มิใช่ด้วยการที่มันใส่น้ำและใส่อาหารได้ และบางครั้ง "ประโยชน์" ก็เกิดขึ้นจากการที่มีผู้รู้สึกได้ว่าของนั้นมี "ประโยชน์" ต่างหาก

ด้วยเหตุนี้ ชายนั้นก็ยังคงเป็นคนปั้นของ แต่เขามิได้ปั้นไหและชาม บางครั้งเขาก็ริษยาที่คนอื่นปั้นไหและชามได้ แต่บางครั้งคนอื่นก็ริษยาเขาที่ปั้นของประหลาดได้ หนทางที่คนอื่นไม่เคยคิดว่าเขาจะมี ก็เปิดทอดยาวออกไปเบื้องหน้าเขา แต่ไม่เคยบอกอย่างแท้จริงว่ามันจะนำเขาไปสู่อะไร

และชีวิตก็ดำเนินต่อไป และแต่ละคนก็เดินไปตามถนนสายของตัวเอง...


THE END


เราว่าเรื่องนี้เป็นข้อคิดที่ดีมากๆ มันเหมือนกับเราตรงที่ว่า เรานั้นชอบอ่านนิยาย แต่ในขณะที่คนอื่นๆมักจะมองว่าการอ่านนิยายเป็นเพียงแค่ความบันเทิงใจก็เท่านั้น แต่สักวันทักษะในอ่านนิยายอาจจะมาใช้กับการประยุกต์ในการเรียนก็ได้......

เรามีกลอนมาฝาก ซึ่งฟูจิ เพื่อนเราคนนี้เป็นคนแต่งเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับในเรื่อง(ถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามๆไปเลยก็ได้นะ)

.

.

.

ดินเเดนไกลสุดฟ้า
เทืองนิทรานอนหลับไหล
อ้อมกอดภูผาไกล
นามนั้นไซร้ "หิมะนิรันดร์"
เเต่เริ่มนั้นสวยสด
ช่างงามงดเเลสุขสันต์
หน้าร้อนยิ้มให้กัน
ใบไม่ผันพลิกลอยลับ
วสันต์ทำนาไร่
ทำด้วยใจทำด้วยฝัน
ฤดูกาลผกผัน
เคลื่อนสู่เดือนเหมันตลัย
ความสิ้นหวังคลืบคลาน
เพราะกาลก่อนต่างมีใจ
อยากให้หิมาลัย
อยู่คู่ไปชั่วนิรันดร์
ดั่งหยดน้ำนับล้าน
สาดเทราดใส่เขื่อนขันธ์
ที่ขอไว้ต่อจันทร์
หิมะนิรันดร์จึงมาเยือน
ข้าวยากเริ่มขาดเเคลน
คนต่างเเห่เดินตามเพื่อน
ให้ราชามาเยือน
โปรดหยุดยั้งหิมะงาม
ความงามได้หลอกล่อ
ความงามหลอกให้ไล่ตาม
จนเมื่อได้มันมา
จนที่สุดสิ้นเพราะมัน
ราชาทรงอับจน
ทรงมึนงงต่อโทษทัณฑ์
พระเจ้าทรงโทสัน
ต่อข้าเจ้าด้วยสิ่งใด
คืนวันที่ผันผ่าน
คนทุกข์ยากจะทำไง
จนเมื่อสุดท้ายไซร้
ได้เเต่ร้อง วันสิ้นหวัง
ราชามินอนหลับ
เพราะจนอับสิ้นหนทาง
ละเมอเข้าวิหาร
ขอนางฟ้านิทราที
ให้กาลเวลาหยุด
ทุกสิ่งสุดจะเเก้ทัน
ให้คนที่สิ้งหวัง
ได้นอนหลับเเละฝันดี
นางให้สิ่งที่หวัง
นางทรงฟังทำทันที
นางสาปทุกคนที่ในใจมีเเต่สิ้นหวัง
ผู้คนต่างนิทรา
ทุกทิศทางทุกสิ่งสรรพ
ทุกสิ่งต่างสิ้นหวัง
เปลี่ยน "นิรันดร์" เป็น "นิทรา"
นางฟ้าสิ้นศรัทรา
คนช่างเขลาคนช่างขลาด
ไม่สู้ไม่นำพา

ช่างขี้ขลาดอ่อนเเอจริง
มีเพียงชายผู้หนึ่ง
ลุกขึ้นยืนกินหนมขิง
มุ่งหน้าสู่ภูพิงค์
เดินเข้าหาองค์ราชันย์
เเต่งตัวดูซมซ่อ
มิอาจซ่อนใจดั่งหิน
นางเเปลงเป็นราชิน
ถามเขาว่ามาทำไม
เขามีวาจาว่า:
ทำไมท่านไม่เเก้ไข
ปัญหาทั้งใกล้ไกล
ท่านทิ้งได้อย่างไรกัน
นางฟ้าทรงลองใจ
ถามกลับไปอย่างทันพลัน
มีสิ่งใดให้ทำ
ทุกสิ่งสรรสิ่งหวังเเล้ว
ตัวข้าก็สิ้นหวัง
เเต่ก็ยังไม่สิ้นชีพถ้ายังไม่ตาย ดี
ก็ยังมีสิ่งให้ทำ
ข้าเดินทางไปทั่ว
ถ้ายังมันเเต่นิ่งงน
ทุกสิ่งไม่เเปรผัน
สุดท้ายก็สิ้นใจไป
หากชีพไร้ซึ่งหวัง
กายจะยังยืนขึ้นอยู่
ยืนหยัดขึ้นยืนสู้
กายจะอยู่เพื่อสิ่งใด
ข้าวอนต่อนางฟ้า
โปรดประทานพรยิ่งใหญ่
ขอเมืองขึ้นยืนใหม่
คืนชีพให้นิทรานคร
นางฟ้านิ่งอั้นอยู่
ตัวเจ้ารู้ข้าคือใคร
จากนั้นสรวลเสียงใส
คืนร่างไปเป็นนางสวรรค์
เห็นเเก่ท่านกล้าหาญ
จะบันดาลให้ของขวัญ
ชายหนุ่มส่งเสียงพลัน
ตัวข้านั้นขอเมืองคืน
ตัวข้าไม่เเตกต่าง
เป็นคนยากสู่เเดนไกล
ตอนเเรกนิ่งเฉยไว้
ก็เพราะขลาดเห็นเเก่ตัว
เเต่เพียงตอนนี้ข้า
กลัวจนกล้ากล้าเพราะกลัว
เดินขึ้นวังซี้ซั้ว
ก็เพราะกลัวเพราะสิ้นหวัง
นางฟ้ายิ้มถูกใจ
คนใจใหญ่เ กินคิดฝัน
ยกไม้บันดาลพลัน
เหมันต์หายในทันใด
ศิลาจารึกไว้
หลังเขาหายไปจากเมือง
ผู้คนต่างลือเลื่อง
บอกเล่าเรื่องในวันนั้น
เรื่องนักพเนจร
ที่เเรมรอนเข้าเมืองอัน
หิมะโปรยทั้งวัน
เมืองนิทราเมืองหลับใหล
นักพเนจรนั้น
พูดกับนางอย่างจริงใจ
ตำนานต่างขานไว้

เรื่องราวของคนสิ้นหวัง......

เก่งไหมล่ะ เหอะๆ ตอนแรกกลอนนี้เค้าแต่งไว้ส่งครู แต่มันถูกขยำทิ้งอะ เราเสียดายก็เลยมาเผยแพร่ได้อ่านกัน

สุดท้ายนี้ก็ต้องจากลากันเพียงเท่านี้ บายๆค่ะ

นิชชี่


edit @ 2007/01/12 14:13:57


นิชชี่
View full profile