2007/Jan/12

วันนี้เป็นวันหยุดวันแรกของนิชชี่ เพราะที่โรงเรียนเค้าพาครูไปเที่ยวจีน(เกือบ)ทั้งโรงเรียน หยุดตั้งแต่วันที 12-17 มกราคม 2549 โฮะๆ แต่แทนที่จะให้หยุดกันแบบสบายๆดันสั่งงานมาเยอะอีก (ซะงั้น) วันเด็กอะไรฟะ ทารุณเด็กชะมัดยาด

พอวันนี้เปิดเอมปุ๊ปก็ได้เจอกับคนๆหนึ่งชื่อ Fukaze_K_Hayate หรือเรียกสั้นๆว่า ฟูจิ (ไม่ใช่ไอ้หน้าหล่อในเรื่อง prince of tennis น้า)

เค้าเล่าเรื่อง Sleepless Town เรื่องราวของคนสิ้นหวัง ให้เราฟัง ซึ่งเราคิดว่ามันดีมากๆเลย อ๊ะ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าฟูจิแต่งนะ แต่คนที่แต่งคือ คนที่เขียนหนังสือชื่อ ไมรอนตากหากที่เป็นคนแต่ง 

เอาเป็นว่ามาฟังนิทานเรื่องๆนี้กันเตอะ 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายหนึ่งเป็นบุตรคนสุดท้องของครอบครัวช่างปั้น บิดาและพี่ชายของเขาล้วนเป็นช่างปั้นมีฝีมือ ย่อมประกอบหม้อไหอันงดงามได้เป็นอันมาก

ทว่าชายดังกล่าวไม่อาจทำได้อย่างบิดาและพี่ชาย ไม่ว่าพยายามกี่ครั้งกี่หนก็ตาม ฝีมือของเขาดีขึ้นอย่างเชื่องช้าที่สุด ด้วยเหตุนี้ บิดาจึงขับเขาออกจากตระกูล

ชายนั้นไปสมัครเรียนปั้นกับอาจารย์มีชื่อ ศิษย์คนแล้วคนเล่าเข้ามาในสำนักของอาจารย์ และศิษย์คนแล้วคนเล่าก็จากไป เหลือเพียงชายนั้นที่ยังคงอยู่ในสำนัก ฝีมือของเขาพัฒนาไปอย่างเชื่องช้าที่สุด ผลงานของเขาถูกอาจารย์ทุ่มทิ้งลงพื้นนับไม่ถ้วน เขากวาดเศษดินเผา เศษเครื่องเคลือบไปทิ้ง แล้วปั้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

เพื่อนของเขาพยายามช่วยเหลือเขา และอาจารย์แม้เข้มงวด ก็พยายามช่วยเหลือ ทุกคนรู้อยู่ในใจว่าชายนี้หาพรสวรรค์มิได้ และชั่วชีวิตคงไม่มีทางไปถึงที่สูงสุดดังคนอื่น แต่พวกเขาก็นิ่งเสียมิได้พูด เพราะความพยายามของชายนั้นมากเกินกว่าที่ใครจะพูดได้ ความพยายามของเขาทำให้คนสงสาร แต่ก็ทำให้คนนับถือ

วันหนึ่ง ชายดังกล่าวออกไปข้างนอกกับเพื่อน และกลับมาในยามค่ำ ร่ำสุรามาพอหน้าตึง เขาเข้ามาในโรงปั้นซึ่งเงียบร้างผู้คน ครั้นแล้วก็ให้เกิดอารมณ์ประหลาด จึงเอาดินมาปั้น ปั้นเสร็จก็วางไว้รอเผา กลับไปนอน แล้วลืมเรื่องนี้ไปสนิท

วันต่อมา ชายนั้นตื่นเสียเกือบบ่าย เขาตกใจยิ่งนัก รีบตะลีตะลานออกไปที่โรงปั้น ที่นั่น เขาพบอาจารย์และเพื่อนชุมนุมอยู่รอบโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะตัวนั้นมีงานปั้นประหลาดวางไว้

ผู้ใดปั้นของชิ้นนี้ อาจารย์ถามขึ้น ชายนั้นมีความละอาย จึงแสร้งไม่รู้ไม่ชี้ เข้าผสมปนกับเพื่อนอื่น ๆ ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่ออาจารย์ถามเป็นครั้งที่สอง และยังไม่มีใครตอบ อาจารย์จึงเรียกชื่อเขาออกมาจากคนทั้งปวง สั่งให้ก้าวออกมายืนข้างหน้า

เจ้าปั้นของชิ้นนี้ใช่หรือไม่ อาจารย์ถามเขา ทำให้เขาคอตกด้วยความอับอาย ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขากลับพบว่าอาจารย์มิได้ขุ่นเคือง ทั้งมิได้ปัดของดังกล่าวตกแตกดังคาด อาจารย์เพียงแต่เพ่งดูมัน และมีสีหน้าครุ่นคิด

ของดังกล่าวหาประโยชน์ใดมิได้ ไม่ใช่หม้อ ไห จานชาม ของดังกล่าวเป็นแต่ อันดูไม่ออกว่าเป็น ใด ม้าหรือ นกหรือ หรือว่า คน

อาจารย์สั่งเขา อย่าได้ปั้นหม้อและไหอีก ให้ปั้นของประหลาดทำนองนี้ออกมาเสีย และปั้นตามที่ใจปรารถนาจะให้เป็น ชายดังกล่าวก็ทำตาม เพื่อน ๆ ชอบดูเวลาเขาปั้นงานประหลาด เพราะเขาทำว่องไว ยามทำก็มีรอยยิ้มมิได้เคร่งเครียด คนเหล่านั้นคิดว่าแปลกนัก...แม้เดาไม่ออกว่าของที่เขาปั้นคืออะไร แต่เพราะเหตุใดไม่ทราบ กลับรู้สึกว่ารู้อยู่ในใจ ราวกับรู้สึก มิใช่รู้ได้ด้วย กำหนดแห่งตา

เขากลับเก่ง...แปลก เมื่อเขาปั้นของประหลาดเหล่านั้น เขากลับเก่งที่สุดในการเล่นสี เขากลับเก่งที่สุดในการ กำหนด ร่าง มีคนนอกมาเห็นงานของเขา แล้วชอบใจขอซื้อกลับไปประดับสถานที่ เพื่อน ๆ หัวเราะคนซื้อคนแรกนั้นว่าแปลกนัก เหตุใดไม่ซื้อหม้อไหอันใช้ประโยชน์ได้ กลับซื้อของที่ไม่มีประโยชน์

แต่น่าแปลก บางครั้ง "ประโยชน์" ของของทั้งปวงในโลกก็มิได้ กำหนดได้ด้วยตา มิใช่ด้วยการที่มันใส่น้ำและใส่อาหารได้ และบางครั้ง "ประโยชน์" ก็เกิดขึ้นจากการที่มีผู้รู้สึกได้ว่าของนั้นมี "ประโยชน์" ต่างหาก

ด้วยเหตุนี้ ชายนั้นก็ยังคงเป็นคนปั้นของ แต่เขามิได้ปั้นไหและชาม บางครั้งเขาก็ริษยาที่คนอื่นปั้นไหและชามได้ แต่บางครั้งคนอื่นก็ริษยาเขาที่ปั้นของประหลาดได้ หนทางที่คนอื่นไม่เคยคิดว่าเขาจะมี ก็เปิดทอดยาวออกไปเบื้องหน้าเขา แต่ไม่เคยบอกอย่างแท้จริงว่ามันจะนำเขาไปสู่อะไร

และชีวิตก็ดำเนินต่อไป และแต่ละคนก็เดินไปตามถนนสายของตัวเอง...


THE END


เราว่าเรื่องนี้เป็นข้อคิดที่ดีมากๆ มันเหมือนกับเราตรงที่ว่า เรานั้นชอบอ่านนิยาย แต่ในขณะที่คนอื่นๆมักจะมองว่าการอ่านนิยายเป็นเพียงแค่ความบันเทิงใจก็เท่านั้น แต่สักวันทักษะในอ่านนิยายอาจจะมาใช้กับการประยุกต์ในการเรียนก็ได้......

เรามีกลอนมาฝาก ซึ่งฟูจิ เพื่อนเราคนนี้เป็นคนแต่งเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับในเรื่อง(ถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามๆไปเลยก็ได้นะ)

.

.

.

ดินเเดนไกลสุดฟ้า
เทืองนิทรานอนหลับไหล
อ้อมกอดภูผาไกล
นามนั้นไซร้ "หิมะนิรันดร์"
เเต่เริ่มนั้นสวยสด
ช่างงามงดเเลสุขสันต์
หน้าร้อนยิ้มให้กัน
ใบไม่ผันพลิกลอยลับ
วสันต์ทำนาไร่
ทำด้วยใจทำด้วยฝัน
ฤดูกาลผกผัน
เคลื่อนสู่เดือนเหมันตลัย
ความสิ้นหวังคลืบคลาน
เพราะกาลก่อนต่างมีใจ
อยากให้หิมาลัย
อยู่คู่ไปชั่วนิรันดร์
ดั่งหยดน้ำนับล้าน
สาดเทราดใส่เขื่อนขันธ์
ที่ขอไว้ต่อจันทร์
หิมะนิรันดร์จึงมาเยือน
ข้าวยากเริ่มขาดเเคลน
คนต่างเเห่เดินตามเพื่อน
ให้ราชามาเยือน
โปรดหยุดยั้งหิมะงาม
ความงามได้หลอกล่อ
ความงามหลอกให้ไล่ตาม
จนเมื่อได้มันมา
จนที่สุดสิ้นเพราะมัน
ราชาทรงอับจน
ทรงมึนงงต่อโทษทัณฑ์
พระเจ้าทรงโทสัน
ต่อข้าเจ้าด้วยสิ่งใด
คืนวันที่ผันผ่าน
คนทุกข์ยากจะทำไง
จนเมื่อสุดท้ายไซร้
ได้เเต่ร้อง วันสิ้นหวัง
ราชามินอนหลับ
เพราะจนอับสิ้นหนทาง
ละเมอเข้าวิหาร
ขอนางฟ้านิทราที
ให้กาลเวลาหยุด
ทุกสิ่งสุดจะเเก้ทัน
ให้คนที่สิ้งหวัง
ได้นอนหลับเเละฝันดี
นางให้สิ่งที่หวัง
นางทรงฟังทำทันที
นางสาปทุกคนที่ในใจมีเเต่สิ้นหวัง
ผู้คนต่างนิทรา
ทุกทิศทางทุกสิ่งสรรพ
ทุกสิ่งต่างสิ้นหวัง
เปลี่ยน "นิรันดร์" เป็น "นิทรา"
นางฟ้าสิ้นศรัทรา
คนช่างเขลาคนช่างขลาด
ไม่สู้ไม่นำพา

ช่างขี้ขลาดอ่อนเเอจริง
มีเพียงชายผู้หนึ่ง
ลุกขึ้นยืนกินหนมขิง
มุ่งหน้าสู่ภูพิงค์
เดินเข้าหาองค์ราชันย์
เเต่งตัวดูซมซ่อ
มิอาจซ่อนใจดั่งหิน
นางเเปลงเป็นราชิน
ถามเขาว่ามาทำไม
เขามีวาจาว่า:
ทำไมท่านไม่เเก้ไข
ปัญหาทั้งใกล้ไกล
ท่านทิ้งได้อย่างไรกัน
นางฟ้าทรงลองใจ
ถามกลับไปอย่างทันพลัน
มีสิ่งใดให้ทำ
ทุกสิ่งสรรสิ่งหวังเเล้ว
ตัวข้าก็สิ้นหวัง
เเต่ก็ยังไม่สิ้นชีพถ้ายังไม่ตาย ดี
ก็ยังมีสิ่งให้ทำ
ข้าเดินทางไปทั่ว
ถ้ายังมันเเต่นิ่งงน
ทุกสิ่งไม่เเปรผัน
สุดท้ายก็สิ้นใจไป
หากชีพไร้ซึ่งหวัง
กายจะยังยืนขึ้นอยู่
ยืนหยัดขึ้นยืนสู้
กายจะอยู่เพื่อสิ่งใด
ข้าวอนต่อนางฟ้า
โปรดประทานพรยิ่งใหญ่
ขอเมืองขึ้นยืนใหม่
คืนชีพให้นิทรานคร
นางฟ้านิ่งอั้นอยู่
ตัวเจ้ารู้ข้าคือใคร
จากนั้นสรวลเสียงใส
คืนร่างไปเป็นนางสวรรค์
เห็นเเก่ท่านกล้าหาญ
จะบันดาลให้ของขวัญ
ชายหนุ่มส่งเสียงพลัน
ตัวข้านั้นขอเมืองคืน
ตัวข้าไม่เเตกต่าง
เป็นคนยากสู่เเดนไกล
ตอนเเรกนิ่งเฉยไว้
ก็เพราะขลาดเห็นเเก่ตัว
เเต่เพียงตอนนี้ข้า
กลัวจนกล้ากล้าเพราะกลัว
เดินขึ้นวังซี้ซั้ว
ก็เพราะกลัวเพราะสิ้นหวัง
นางฟ้ายิ้มถูกใจ
คนใจใหญ่เ กินคิดฝัน
ยกไม้บันดาลพลัน
เหมันต์หายในทันใด
ศิลาจารึกไว้
หลังเขาหายไปจากเมือง
ผู้คนต่างลือเลื่อง
บอกเล่าเรื่องในวันนั้น
เรื่องนักพเนจร
ที่เเรมรอนเข้าเมืองอัน
หิมะโปรยทั้งวัน
เมืองนิทราเมืองหลับใหล
นักพเนจรนั้น
พูดกับนางอย่างจริงใจ
ตำนานต่างขานไว้

เรื่องราวของคนสิ้นหวัง......

เก่งไหมล่ะ เหอะๆ ตอนแรกกลอนนี้เค้าแต่งไว้ส่งครู แต่มันถูกขยำทิ้งอะ เราเสียดายก็เลยมาเผยแพร่ได้อ่านกัน

สุดท้ายนี้ก็ต้องจากลากันเพียงเท่านี้ บายๆค่ะ

นิชชี่


edit @ 2007/01/12 14:13:57
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
Tag
กรุณาตอบข้อมูลของท่าย 5 ข้อแล้วส่ง Tag คนอื่นอีกสามคน%
#1  by  KnotBerryบ้าLamento~ At 2007-01-13 11:15, 

<< Home


นิชชี่
View full profile